คนละครึ่งเงินสะพัดเผย21วัน 1.3หมื่นล้านกรุงไทยยันระบบมีเสถียรภาพ

ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ระบุ โครงการ คนละครึ่ง 21 วันเงินสะพัด 1.3 หมื่นล้านบาท เผย 5 จังหวัดใช้จ่ายมากสุด ด้าน กรุงไทย โว ถูกพูดถึงมากสุด

วันที่ 13 พ.ย. นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา

ว่าตั้งแต่เปิดโครงการให้ใช้จ่ายวันที่ 23 ต.ค.-12 พ.ย.2563 พบมียอดการใช้จ่ายสะสม 13,000 ล้านบาท

แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 51 เปอร์เซ็นต์ และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 49 เปอร์เซ็นต์

นายพรชัย กล่าวต่อว่า ขณะที่มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 634,000 ร้านค้า

โดย 5 จังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาล

จัดทำขึ้นเพื่อการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน และสร้างรายได้ให้ร้านค้าระดับฐานราก

ขณะนี้เป็นที่กล่าวถึงอย่างมาก ธนาคารกรุงไทยในฐานะผู้ดูแลโครงการ ขอยืนยันว่าระบบมีเสถียรภาพและความปลอดภัย

นายผยง กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องระบบการชำระเงิน หากชำระเงินหรือใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์

ทางธนาคารกรุงไทยสามารถตรวจสอบธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้ และส่งเรื่องให้กระทรวงการคลังตรวจสอบทันที

และมีการประสานงานกันตลอด รวมทั้งทางกระทรวงการคลังประสานกับทางตำรวจเพื่อเตรียมดำเนินการทางกฎหมายด้วย

จึงขอเชิญให้ประชาชนที่พบเห็นความผิดปกติหรือผู้กระทำผิดสามารถแจ้แบะแสได้

“ขณะนี้มีผู้แจ้งเบาะแสบ้างแล้ว รวมทั้งจำนวนผู้กระทำผิดมีลดน้อยลงบ้างแล้ว

ส่วนในเรื่องการลงโทษเป็นอำนาจของทางกระทรวงการคลังที่จะตัดสินใจ” นายผยง กล่าว

อ่านเพิ่มเติม